วันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2555

สุภาษิต สำนวนไทย


สุภาษิต สำนวนไทย
สำนวนไทย

         อักษร ก นี่เป็นการรวบรวมสํานวนไทยอักษร ก ที่เราได้ทำการรวมรวมมาจากที่ต่างๆ หลายที่ ไม่ว่าจะเป็นตามหนังสือ เว็บไซต์ต่างๆ อยากให้คนไทยได้อ่านสํานวนไทยกันเยอะๆ เพราะสํานวนไทยนั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าน่าศึกษา น่าอ่าน เราสามารถได้ความรู้จากสํานวนไทยได้มากมาย ขอเชิญอ่านสําวนไทยได้ ณ บัดนี้

กำขี้ดีกว่ากำตด

ความหมายว่า ได้ในสิ่งที่เห็นหรือเป็นของได้แน่ๆ ดีกว่าคิดอยากได้ในสิ่งของที่ไม่เห็นไม่มีตัวตน

กินที่ลับ ขับที่แจ้ง

สำนวนนี้ มีความหมายว่า ทำอะไรไว้ในที่ลับแล้วอดปากไว้ไม่ได้เอามาเปิดเผย ให้คนทั้งหลายรู้เพื่อจะอวดว่าตนกล้าหรือสามารถทำอย่างนั้นได้โดยไม่กลัวใครผิดกฎหมาย อะไรทำนองนั้นหรือไม่กลัว

กิ้งก่าได้ทอง

มีความหมายว่า    คนที่ได้ดีแล้ว ลืมตัว ลืมอดีต ลืมว่าตัวเองเคยมาจากที่ได เคยเป็นใครมาก่อน

 สํานวนไทยอักษร ข

ขายผ้าเอาหน้ารอด

หมายถึง ยอมเสียสละแม้แต่ของจําเป็นที่ตนมีอยู่ เพื่อรักษาชื่อเสียงของตนไว้, ทําให้สําเร็จลุล่วงไป เพื่อรักษาชื่อเสียงของตนไว้

ขนทรายเข้าวัด

หมายถึง หาประโยชน์ให้กับส่วนรวม

ขนมผสมน้ำยา

ความหมาย พอดีกัน จะว่าข้างไหนดีกว่ากันไม่ได้

สํานวนไทยอักษร ค

อ่านสำนวนไทยได้ประโยชน์มากมาย เราสามารถนำสำนวนไทยไปใช้ประโยชน์กับชีวิตประจำวันของเราได้ ใช้เป็นคำสอนเราเองและผู้อื่นได้เป็นอย่างดี เรามาเริ่มอ่านสำนวนไทยในหมวดอักษร ค กันเลยดีกว่าค่ะ

คางคกขึ้นวอ

หมายถึง คนที่มีฐานะต่ำต้อย แต่พอได้ดีแล้วก็มักลืมตัว โอ้อวดว่าตัวเองดีกว่าใครๆ

คดในข้อ งอในกระดูก

หมายถึง คนที่มีสันดานคดโกง ไม่ซื่อ โกงได้แบบไม่มีความละอายต่อบาป

คนรักเท่าผืนหนัง คนชังเท่าผืนเสื่อ

หมายถึง คนรักมีน้อย คนชังมีมาก

คบคนให้ดูหน้า ซื้อผ้าให้ดูเนื้อ

หมายถึง จะพิจารณาคนหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้พิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ

คำสมาสและคำสนธิ


คำสมาสและคำสนธิ
ตัวอย่างคำสมาส | ตัวอย่างคำสนธิ คำสมาส การสร้างคำสมาสในภาษาไทยได้แบบอย่างมาจากภาษาบาลีและสันสกฤต โดยนำคำบาลี-สันสกฤต ตั้งแต่สองคำมาต่อกันหรือรวมกัน

ลักษณะของคำสมาสเป็นดังนี้

๑. เป็นคำที่มาจากภาษาบาลี-สันสกฤตเท่านั้น คำที่มาจากภาษาอื่นๆ นำมาประสมกันไม่นับเป็นคำสมาส ตัวอย่างคำสมาส บาลี+บาลี อัคคีภัย วาตภัย โจรภัย อริยสัจ ขัตติยมานะ อัจฉริยบุคคล สันสกฤต+สันสกฤต แพทยศาสตร์ วีรบุรุษ วีรสตรี สังคมวิทยา ศิลปกรรม บาลี+สันสกฤต, สันสกฤต+บาลี หัตถศึกษา นาฎศิลป์ สัจธรรม สามัญศึกษา

๒. คำที่รวมกันแล้วไม่เปลี่ยนแปลงรูปคำแต่อย่างใด เช่น วัฒน+ธรรม = วัฒนธรรม สาร+คดี = สารคดี พิพิธ+ภัณฑ์ = พิพิธภัณฑ์ กาฬ+ปักษ์ = กาฬปักษ์ ทิพย+เนตร = ทิพยเนตร โลก+บาล = โลกบาล เสรี+ภาพ = เสรีภาพ สังฆ+นายก = สังฆนายก
๓. คำสมาสเมื่อออกเสียงต้องต่อเนื่องกัน เช่น ภูมิศาสตร์ อ่านว่า พู-มิ-สาด เกียรติประวัติ อ่านว่า เกียด-ติ-ประ-หวัด เศรษฐการ อ่านว่า เสด-ถะ-กาน รัฐมนตรี อ่านว่า รัด-ถะ-มน-ตรี เกตุมาลา อ่านว่า เก-ตุ-มา-ลา ๔. คำที่นำมาสมาสกันแล้ว ความหมายหลักอยู่ที่คำหลัง ส่วนความรองจะอยู่ข้างหน้า เช่น ยุทธ (รบ) + ภูมิ (แผ่นดิน สนาม) = ยุทธภูมิ (สนามรบ) หัตถ (มือ) + กรรม (การงาน) = หัตถกรรม (งานฝีมือ) คุรุ (ครู) + ศาสตร์ (วิชา) = คุรุศาสตร์ (วิชาครู) สุนทร (งาม ไพเราะ) + พจน์ (คำกล่าว)= สุนทรพจน์ (คำกล่าวที่ไพเราะ)
คำสนธิ คำสนธิในภาษาไทยหมายถึงคำที่มาจากภาษาบาลี-สันสกฤต มาเชื่อมต่อกัน ทำให้เสียงพยางค์หลังของคำแรกกลมกลืนกันกับเสียงพยางค์แรกของคำหลัง

๑. สระสนธิ คือการกลมกลืนคำด้วยเสียงสระ เช่น วิทย+อาลัย = วิทยาลัย พุทธ+อานุภาพ = พุทธานุภาพ มหา+อรรณพ = มหรรณพ นาค+อินทร์ = นาคินทร์ มัคค+อุเทศก์ = มัคคุเทศก์ พุทธ+โอวาท = พุทโธวาท รังสี+โอภาส = รังสิโยภาส ธนู+อาคม = ธันวาคม
๒. พยัญชนะสนธิ เป็นการกลมกลืนเสียงระหว่างพยัญชนะกับพยัญชนะ ซึ่งไม่ค่อยมีใช้ในภาษาไทย เช่น รหสฺ + ฐาน = รโหฐาน มนสฺ + ภาว = มโนภาว (มโนภาพ) ทุสฺ + ชน = ทุรชน นิสฺ + ภย = นิรภัย ๓. นฤคหิตสนธิ ได้แก่การเชื่อมคำที่ขึ้นต้นด้วยนฤคหิตหรือพยางค์ท้ายของคำหน้าเป็นนฤคหิต กับคำอื่นๆ เช่น สํ + อุทัย = สมุทัย สํ + อาคม = สมาคม สํ + ขาร = สังขาร สํ + คม = สังคม สํ + หาร = สังหาร สํ + วร = สังวร </plaintext>

คำบาลี สันสกฤต


คำบาลี  สันสกฤต
 
1.  สระสันสกฤต แปลกจากบาลี6 ตัว คำใดประสมด้วย

       สระ    ฤา  ลึ  ลื  ไอ  เอา  เป็นคำในภาษาสันสกฤต 

 คำใดประสมด้วย      มีในภาษาสันสกฤต  ไม่มีใน

      ภาษาบาลี  เช่น  อภิเษก  ศีรษะ  อวกาศ  ศัตรู  ศิลปะ

      ราษฎร  ศอก  ศึก  อังกฤษ  ศึกษาศาสตร์ 

3. คำสันสกฤต ใช้    เช่น  กรีฑา 

      คำสันสกฤต  ไม่นิยมใช้   

4.  คำในภาษาสันสกฤตมีระบบเสียงควบกล้ำ หรือ

       พยัญชนะประสม  คำควบกล้ำจึงมักเป็นคำภาษา

       สันสกฤต  เช่น  สตรี  ปรารถนา  สวัสดี  สมัคร  มาตรา

       อินทรา

 

5. ตัว ร ที่ควบกับคำอื่นและใช้เป็นตัวสะกด 

       เช่น  มรรคสรรพ มารค 

6. คำที่ใช้  ห์  มักเป็นคำที่มาจากภาษาสันสกฤต 

       เช่น   สังเคราะห์   โล่ห์  อุตส่าห์ เท่ห์ เล่ห์  เสน่ห

7. ฤ  (ฤทธิ)  ในสันสกฤต จะเป็น อิทธิ  (อิ อุ)

1.ภาษาบาลีมีสระ ๘ ตัว คือ อะ อา อิ อี อุ อู เอ โอ

2.ภาษาบาลีมีพยัญชนะ ๓๓ ตัว แบ่งตามฐานที่เกิดได้ดังนี้                          

ก.พยัญชนะวรรคมี ๒๕ ตัว ได้แก่

พัญชนะวรรค/ฐาน

 ตัวที่ 1

 ตัวที่ 2

 ตัวที่ 3

 ตัวที่ 4

 ตัวที่ 5

วรรคที่ 1 ฐานคอ ก ข ค ฆ ง

วรรคที่ 2 ฐานเพดาน จ ฉ ช ฌ ญ

วรรคที่ 3 ฐานปุ่มเหงือก ฎ ฐ ฑ ฒ ณ

วรรคที่ 4 ฐานฟัน ต ถ ท ธ น

วรรคที่ 5 ฐานริมฝีปาก ป ผ พ ภ ม

 

ข.เศษวรรคมี 8 ตัว ย ร ล ว ส ห ฬํ °

3.ภาษาบาลีไม่มี ศ ษ

4.คำทุกคำในภาษาบาลีจะต้องมีตัวสะกดและตัวตาม เช่น วัฑฒนา ฑ เป็นตัวสะกด ฒ เป็นตัวตาม

ตัวสะกดและตัวตามในภาษาบาลีจะเป็นไปตามกฎดังนี้

ก.พยัญชนะวรรคที่เป็นตัวสะกดได้ คือ ตัวที่ 1 3 5

ข.ในวรรคเดียวกันถ้าพยัญชนะตัวที่ 1 สะกด ตัวที่ 1 2 ตามได้

ค.ในวรรคเดียวกันถ้าพยัญชนะตัวที่ 3 สะกด ตัวที่ 3 4 ตามได้

ง.ในวรรคเดียวกันถ้าพยัญชนะตัวที่ 5 สะกด พยัญชนะทุกตัวในวรรคเดียวกันตามได้

ตัวอย่าง

ตัวที่ 1 สะกด ตัวที่ 1 ตาม เช่น สักกะ

ตัวที่ 1 สะกด ตัวที่ 2 ตาม เช่น ทุกข์

ตัวที่ 3 สะกด ตัวที่ 3 ตาม เช่น อัคคี

ตัวที่ 3 สะกด ตัวที่ 4 ตาม เช่น พยัคฆ์

ตัวที่ 5 สะกด ตามได้ทุกตัว เช่น องก์ สังข์ สงฆ์ สัญญา

ข้อสังเกต คำบาลีบางคำมีตัวสะกดไม่มีตัวตาม เพราะเดิมมีตัวสะกด เมื่อนำมาใช้ในภาษาไทย

เราตัดตัวสะกดออก เช่น

                     จิต     มาจาก   จิตต

                     กิต     มาจาก   กิจจ

                     เขต    มาจาก   เขตต

                     รัฐ     มาจาก    รัฏฐ

                     วัฒน   มาจาก   วัฑฒน

                     วุฒิ    มาจาก    วุฑฒิ

5.คำภาษาบาลีไม่นิยมคำควบกล้ำ เช่น ปฐม  (สันสกฤตใช้ ประถม) ,อินท์ (สันสกฤตใช้ อินทร์)

6.คำบางคำที่ภาษาบาลีใช้ ฬ ภาษาสันสกฤตใช้ ฑ เช่น

บาลี                      สันสกฤต

ครุฬ                         ครุฑ

กีฬา                          กรีฑา

จุฬา                           จุฑา

คำสันสกฤต มีลักษณะดังนี้

1.ภาษาสันสกฤตมีสระ 14 ตัว คือ อะ อา อิ อี อุ อู เอ โอ ไอ เอา ฤ ฤา ฦ ฦา

2.ภาษาสันสกฤตมีพยัญชนะ 35 ตัว (เพิ่ม ศ ษ จากภาษาบาลี)

3.ภาษาสันสกฤตมีตัวสะกดตัวตาม แต่ไม่มีกฎเหมือนภาษาบาลี เช่น

                 บาลีใช้ สัจจ      (ตัวที่ 1 สะกด ตัวที่ 1 ตาม)

                 สันสกฤตใช้ สัตย (พยัณชนะวรรคสะกด เศษวรรคตาม)

4.คำในภาษาสันสกฤตนิยมคำควบกล้ำ เช่น พัสตร์ จันทร์

5.คำบางคำในภาษาบาลีใช้ ฬ ภาษาสันสกฤตใช้ ฑ

6.คำว่า "เคราะห์" มีในภาษาสันสกฤตเท่านั้น

7.ภาษาสันสกฤตมีตัว รฺ (ร เรผะ) ซึ่งไทยนำมาใช้เป็น รร ฉะนั้นคำที่มี รร ส่วนหนึ่งในภาษาไทย จึงมาจากภาษาสันสกฤต

 

เปรียบเทียบภาษาสันสกฤตและภาษาบาลี

ภาษาบาลี ภาษาสันสกฤต

1.มีสระ 8 ตัว 1.มีสระ 14 ตัว (เพิ่ม ไอ เอา ฤ ฤา ฦ ฦา)

2.มีพยัญชนะ 33 ตัว มีพยัญชนะ 35 ตัว (เพิ่ม ศ ษ)

3.มีตัวสะกดตัวตามตามกฎ 3.มีตัวสะกดตัวตามไม่ตามกฎ

4.ไม่นิยมตัวควบกล้ำ 4.นิยมตัวควบกล้ำ

5.ใช้ ฬ 5.ใช้ ฑ

 6.มีคำว่า "เคราะห์"

 7.มี รฺ (ร เรผะ) ซึ่งเปลี่ยนเป็น รร ในภาษาไทย

ข้อสังเกต คำบางคำใช้ ศ ษ แต่เป็นคำไทยแท้ เช่น ศอ ศอก ศึก เศิก ดาษ ดาษดา ฯลฯ

ตัวอย่างคำภาษาบาลี

กิจ ทัณฑ์ ยาน มัชฌิม พิมพ์ ขัณฑ์ ขันธ์ ขัตติยา บุญ นิพพาน วิชา วุฒิ สามัญ อัคคี สัญญาณ

มัจฉา มเหสี อุตุ อักขร อัชฌาศัย ขณะ ปัจจุบัน อิตถี อัตถุ อัจฉรา ภริยา อิทธิ ปกติ วิตถาร

ปัญญา กัญญา กัป

ตัวอย่างภาษาสันสกฤต

กษัตริย์ อัศวะ ขรรค์ คฤหัสถ์ บริบูรณ์ อธิษฐาน สวรรค์ ศึกษา วิทยุ นิตย์ ทฤษฎี ปราโมทย์

ไอศวรรย์ จักร อาศัย ปราศรัย วิเศษ มรรค มัธยม สถาปนา ปรัชญา อมฤต สถาน จักษุ รัศมี

ภรรยา บุษบา กัลป์ ราษฎร บุญย ศรี

 

 

          ภาษาไทยมีภาษาบาลีและสันสกฤตเข้ามาปะปนอยู่มากมายจนกลายเป็นภาษาหลักของภาษาไทย   ไทยรับภาษาบาลีเข้ามาทางพระพุทธศาสนา และภาษาสันสกฤตเข้ามาทางศาสนาพราหมณ์

สระและพยัญชนะในภาษาบาลีและสันสกฤต

        ภาษาบาลี  มีสระ 8 ตัว คือ อะ อา อิ อี อุ อู เอ โอ  

        ภาษาสันสกฤต  เพิ่มจากบาลีอีก 6 ตัว คือ ไอ เอา ฤ ฤๅ ฦ ฦๅ รวมเป็น 14  ตัว 

       พยัญชนะบาลี  มี 33 ตัว แบ่งเป็น 5 วรรค ๆ ละ 5 ตัวตามฐานที่เกิดกับเศษวรรคอีก 8 ตัว    

       พยัญชนะสันสกฤต มีเหมือนบาลี 33 ตัว และเพิ่ม ศ ษ เข้าไป รวมเป็น 35  ตัว

พยัญชนะบาลีแยกตามฐานที่เกิด

วรรค  -  ฐานที่เกิด

 แถวที่ 1

 แถวที่ 2

 แถวที่ 3

 แถวที่ 4

 แถวที่ 5

 เศษวรรค

วรรคกะ - ฐานคอ(กัณฐชะ)

        

วรรคจะ - ฐานเพดาน(ตาลุชะ)

        

 

วรรคฏะ - ฐานปุ่มเหงือก

               (มุทธชะ)

      ,  

วรรคตะ - ฐานฟัน(ทันตชะ)

     น ล, 

วรรคปะ - ฐานริมฝีปาก(โอฐชะ)

    พ ภ   

   (นิคหิต)  เกิดในจมูก

    เรียกว่า   นาสิก

              รูปสระที่อยู่โดยลำพังมิได้ประสมกับพยัญชนะ  เรียกว่า  สระลอย

              รูปสระที่ประสมกับพยัญชนะเรียกว่า  สระจม

คำที่มาจากภาษาบาลีและสันสกฤตมีหลักการสังเกตดังนี้

             1. ตัวสะกด ตัวตามที่เป็นพยัญชนะเดียวกันในภาษาบาลี ไทยลด 1 ตัว  เช่น สจฺจ - สัจ,   นิจฺจ - นิจ,   กมฺม - กัม,   มนุสฺส - มนุส,  จิตฺต - จิต,     วิชฺชา - วิชา   ฯลฯ

             2.   ตัวสะกด ตัวตามในภาษาบาลีต้องเป็นพยัญชนะในวรรคเดียวกัน   คือ

ตัวสะกด ตัวตาม

 ตัวอย่างคำ

พยัญชนะแถวที่  1

 พยัญชนะแถวที่ 1,  2

 บุปผา,   สัจจะ,   ทุกข์ 

พยัญชนะแถวที่  3

 พยัญชนะแถวที่ 3,  4

 อัชฌาสัย,   สัทธา

พยัญชนะแถวที่  5

 พยัญชนะแถวที่ 1, 2, 4, 5

 เบญจ,   สัญญา,   กัณฐ์,   ขันธ์,   สังข์ 

ภาษาไทยลดตัวสะกดในวรรค ฏะ ออก เหลือแต่ตัวตาม  เช่น  รฏฺฐ  ไทยใช้  รัฐ   วฑฺฒน  ไทยใช้  วัฒนา  วุฑฺฒิ  -  วุฒิ

             3. คำที่มี    มาจากภาษาบาลี   เช่น   กีฬา   จุฬา 

             4. ตัวสะกด ตัวตามในภาษาสันสกฤตไม่จำเป็นต้องอยู่ในวรรคเดียวกัน เช่น มัธยม ภักดี อัคนี มารดา อัปสร  ศัพท์  ฯลฯ

             5. คำควบกล้ำไม่ใช่ภาษาบาลี มาจากภาษาสันสกฤต  เช่น  ประถม จักร โคตร กริยา นิทรา ปราโมทย์   ฯลฯ

             6. คำที่ประสมด้วยสระไอ เอา ฤ ฤๅ ฦ ฦๅ มีแต่ในภาษาสันสกฤตไม่มีใช้ในภาษาบาลี (ยกเว้นคำว่า อังกฤษ)    เช่น  ฤๅษี  ไมตรี เยาวชน นฤมล  คฤหัสถ์ อมฤต ไพรี  เสาร์  

             7. คำที่มี  ศ ษ (ยกเว้นคำที่ไทยยืมพยัญชนะมาใช้  ได้แก่ ศอก  ศึก เศิก อังกฤษ ฝรั่งเศส)  เช่น ลักษมี เกษียณ พฤษภาคม ศัลยกรรม ราษฎร เกษตร ฯลฯ

             8. ตัว ส ในภาษาสันสกฤตใช้กับพยัญชนะวรรค ตะ  เช่น พิสดาร สถาน สตรี สวัสดี ฯลฯ

             9. คำที่มี รรแผลงมาจาก รฺ เดิม มาจากภาษาสันสกฤต เช่น  ธรรม  สรรพ  พรรษา  กรรณิการ์  สรรพ  ครรภ์  สวรรค์  ฯลฯ (ยกเว้นคำที่แผลงมาจาก กระ ประ เช่น กรรโชก แผลงมาจาก กระโชก,  บรรจบ แผลงมาจาก  ประจบ,  กรรหาย แผลงมาจาก  กระหาย)